กลุ่มสามารถโชว์ผลประกอบการ

        นายวัฒน์ชัย วิไลลักษณ์   กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยทีมผู้บริหารในกลุ่มบริษัทสามารถ ทั้งบริษัท สามารถเทลคอม จำกัด (มหาชน) และบริษัท สามารถไอ-โมบาย จำกัด (มหาชน) ร่วมแถลงผลประกอบการประจำไตรมาส 3 ปี 52 โดยทั้งกลุ่มสามารถทำรายได้รวมทั้งสิ้น 4,499 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10 เปอร์เซนต์ มีกำไรสุทธิ 139 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 159 เปอร์เซนต์เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนซึ่งมีกำไรสุทธิ 54 ล้านบาท พร้อมมั่นใจปลายปีบรรลุตามเป้าหมายแน่นอน

    

อัลบั้มภาพข่าว

 

SAMART Innovation Awards 2009

 

 

Media Trip

 

“กลุ่มสามารถ” รุกปีเสือ “พุ่งเป้าสร้างสถิติรายได้และฐานธุรกิจยั่งยืน”

 

          15 มกราคม 2553 – กลุ่มสามารถ ประกาศทิศทางการดำเนินธุรกิจปี 2010 “ปีแห่งการสร้างฐานธุรกิจที่ยั่งยืน” เน้นมุ่งการลงทุนในธุรกิจใหม่ๆเพื่อก้าวสู่ความเป็น Technology Company ที่นำเสนอสินค้าและบริการทางด้านเทคโนโลยีเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ตั้งเป้ารายได้ 25,000 ล้านบาท เติบโตจากปี 52 ถึง 35-40 เปอร์เซ็นต์

         นายวัฒน์ชัย วิไลลักษณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปี2009 ที่ผ่านมาเป็นปีแห่งการฝ่าวิกฤตและพิชิตโอกาส ซึ่งทุกสายธุรกิจภายใต้กลุ่มสามารถได้ใช้การวางแผนเชิงกลยุทธ์ที่สอดคล้องกับสถานการณ์ และการดำเนินงานที่ละเอียดถี่ถ้วน จึงส่งผลให้ผลการดำเนินธุรกิจในปีที่ผ่านมาอยู่ในเกณฑ์ที่ดี  โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับสภาวะเศรษฐกิจโดยรวม โดยสาย ICT Solutions บมจ.สามารถ เทลคอม มียอดรายได้สูงสุดกว่า 6,000 ล้านบาท สูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยมีอัตราการเติบโตกว่าเท่าตัว หรือโตกว่า 100 เปอร์เซ็นต์ โครงการที่ประมูลได้ในปี 2009 มูลค่ารวมกว่า 8,000 ล้านบาท ในขณะที่สายธุรกิจ Mobile Multimedia ยังคงรักษาความเป็นผู้นำของโทรศัพท์มือถือ i-mobile โดยจำหน่ายเครื่อง House Brand ได้เป็นอันดับหนึ่ง จำหน่ายได้ถึง 3.6 ล้านเครื่อง หรือกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ของส่วนแบ่งตลาด และสามารถสร้างรายได้เพิ่มจากการให้บริการ Content  อย่างต่อเนื่อง

         ทั้งนี้  ปี 2010 ซึ่งเป็นปีที่บริษัทสามารถฯ ครบรอบ 55 ปี บริษัทฯ จะมุ่งเน้นการสร้างรากฐานทางธุรกิจให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น เพื่อก้าวสู่ความเป็นบริษัทเทคโนโลยีที่เสริมสร้างคุณภาพชีวิตดังวิสัยทัศน์ที่วางไว้ ดังนั้น ปี 2010 จึงเป็น “ปีแห่งการสร้างฐานธุรกิจที่ยั่งยืน” (2010…Towards Sustainable Growth) โดยทุกสายธุรกิจมีเป้าหมายเดียวกันในการสร้างผลกำไรจากการดำเนินงานสูงสุด , มุ่งความสำเร็จในการส่งมอบสินค้าและบริการ, ปรับแผนธุรกิจให้สอดคล้องและทันกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี และสร้างผลตอบแทนสูงสุดจากทรัพยากร  ยิ่งไปกว่านั้น เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจในอนาคต บริษัทแม่ คือ บมจ. สามารถคอร์ปอเรชั่น มีแผนที่จะลงทุนในธุรกิจที่ส่งเสริมคุณภาพชีวิตและตอบสนองความต้องการพื้นฐาน อาทิ บริการสาธารณูปโภค, ระบบการขนส่งมวลชนและพลังงานทางเลือก เป็นต้น คาดว่าน่าจะใช้เงินลงทุนธุรกิจใหม่ในปี 2010 ราว 2,000 ล้านบาท

         สำหรับรายได้รวมปี 2010 ของกลุ่มบริษัทสามารถ ตั้งเป้าไว้ที่ 25,000 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 40% โดยสายธุรกิจ ICT Solutions นำโดย บริษัท สามารถเทลคอม จำกัด (มหาชน) ตั้งเป้ารายได้ 10,300 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ โดยมีปัจจัยส่งเสริม คือ งบประมาณการใช้จ่ายในภาครัฐที่เริ่มทำงานและทะยอยส่งมอบงานไทยเข้มแข็ง รวมทั้งการพลิกฟื้นของภาคธุรกิจเอกชนในปีนี้
 

         สายธุรกิจ Mobile-Multimedia นำโดย บริษัท สามารถ ไอ-โมบาย จำกัด (มหาชน) ดำเนินธุรกิจครบวงจรทางด้านมือถือและสื่ออินเตอร์แอ็คทีฟ ตั้งเป้ารายได้ที่ 12,000 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 30 เปอร์เซ็นต์ พร้อมตั้งเป้าจำหน่ายโทรศัพท์มือถือ รวม 4.5 ล้านเครื่อง แบ่งเป็นในประเทศ 3.3 ล้านเครื่องและต่างประเทศ 1.2 ล้านเครื่อง ด้วยการนำเสนอโทรศัพท์มือถือที่หลากหลาย เช่น 3G แอนดรอยด์ ทัชสกรีน ทีวี สองซิม และมือถือเกม มั่นใจว่าจะมีส่วนแบ่งตลาดถึง 35 เปอร์เซนต์ในปีนี้ ด้านธุรกิจ Content ตั้งเป้ารายได้เพิ่มขึ้น 25 เปอร์เซ็นต์

         นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังวางแผนรุกตลาดการให้บริการบนระบบ 3G ภายใต้แบรนด์ i-mobile 3G X อย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมทั้งการเปิดตัวโปรโมชั่นแพ็กเกจซิม โทรศัพท์มือถือ และผลิตภัณฑ์ในกลุ่มโมบายที่รองรับ 3G รวมทั้งบริการเสริมใหม่ๆ อาทิ Video Messaging และบริการ push mail สำหรับ Social Networking เช่น เฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ เป็นต้น โดยตั้งเป้ายอดผู้ใช้บริการ 200,000 รายภายในสิ้นปี 2010 

         สายธุรกิจ Technology Related ตั้งเป้ารายได้ที่ 1,700 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 50 เปอร์เซนต์ จากบริษัท วันทูวันคอนแทคส์ จำกัด ที่ดำเนินธุรกิจด้าน Contact Center  และบริษัท วิชั่น แอนด์ ซิเคียวริตี้ ซิสเต็ม จำกัด ซึ่งทั้งสองธุรกิจมีแนวโน้มการเติบโตที่ชัดเจน

         นอกจากนี้ ยังมีรายได้จากธุรกิจในประเทศกัมพูชา อันประกอบด้วย บริษัท แคมโบเดีย แอร์ทราฟิค เซอร์วิส จำกัด และบริษัท Kampot Power Plant จำกัด รวมกันอีกราว 1,000 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 10 เปอร์เซนต์�
นายวัฒน์ชัยฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า “สัดส่วนรายได้ในสายธุรกิจ  ICT และธุรกิจอื่นๆ มีอัตราส่วนเพิ่มขึ้น ซึ่งถือเป็นจุดดีในแง่การสร้างรายได้ประจำและผลกำไรที่สูงขึ้น รวมทั้งยังสามารถรองรับความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นได้ ถือเป็นการสร้างสมดุลย์ที่จะนำไปสู่ความแข็งแกร่งทางการเงินของบริษัทในระยะยาว คาดว่าปี 2010 กลุ่มสามารถจะสร้างผลกำไรทะลุหลักพันล้านได้ไม่ยาก”

         ด้วยวิสัยทัศน์ในการก้าวสู่ความเป็น Technology Company ที่มุ่งนำเสนอสินค้าและบริการทางด้านเทคโนโลยี เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น กลุ่มบริษัทสามารถจึงได้ขยายธุรกิจและการให้บริการครอบคลุมเทคโนโลยีรอบด้าน การจัดโครงสร้างธุรกิจใหม่จึงเป็นการเตรียมความพร้อม และช่วยให้เกิดความคล่องตัวในการบริหารและการลงทุนมากยิ่งขึ้น   โดยสายธุรกิจของกลุ่มสามารถ จะประกอบด้วยสายธุรกิจ ICT Solutions , สายธุรกิจ Mobile Multimedia สายธุรกิจ Technology Related Business (เทคโนโลยีอื่นๆ) และล่าสุด สายธุรกิจ Public Utilities & Services เป็นธุรกิจบริการสาธารณูปโภคพื้นฐาน ซึ่งครอบคลุม บริษัท แคมโบเดียแอร์ทราฟฟิค เซอร์วิส จำกัด (CATS) ที่ให้บริการศูนย์ควบคุมการจราจรทางอากาศที่ประเทศกัมพูชา , บริษัท Kampot Power Plant จำกัด ซึ่งผลิตกระแสไฟฟ้าป้อนแก่โรงงานปูนซิเมนต์ไทยที่ประเทศกัมพูชา และธุรกิจใหม่อื่นๆ ที่จะตามมา ทั้งที่เกี่ยวข้องกับการเดินทาง บริการสาธารณะและพลังงานทางเลือก เป็นต้น

************************************************
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม PR.Corp.
วรรษกร  ปลื้มจิตต์ (ตุ๊ก) โทร. 085-918-1175
วทิรา ลุยากร (ใหม่) โทร.085-918-1172

ชาวไอทีเตรียมคึกคักต้อนรับศักราชใหม่ กับเวทีประชันคนมีกึ๋นด้านซอฟต์แวร์ “SIA 2010” ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพฯ ครั้งที่ 8

          กรุงเทพฯ 19 ม.ค. 53 -   โครงการ SAMART Innovation Awards 2009 หรือ SIA (ครั้งที่ 7) ปิดฉากการแข่งขันประกวดออกแบบและพัฒนาซอฟต์แวร์ในปีที่ผ่านมาอย่างสวยหรู  โดยผลงาน Remote Complex  จากจุฬ่าลงกรณ์มหาวิทยาลัย   คว้ารางวัลสุดยอดไปครอง  จากผลงานเข้าร่วมกว่า 200 ผลงาน    พร้อมประกาศเปิดฉากโครงการ SIA ปีที่ 8  ด้วยความยิ่งใหญ่กว่าเดิม โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานถ้วยรางวัลให้แก่ทีมชนะเลิศในปี 2010

          นายเจริญรัฐ วิไลลักษณ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่นจำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า โครงการแข่งขันประกวดออกแบบและพัฒนาซอฟต์แวร์  SAMART Innovation Awards 2010 ในปีนี้จะยิ่งใหญ่กว่าทุกปี เนื่องจากบริษัทฯได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โปรดเกล้าฯพระราชทานรางวัลให้แก่ทีมชนะเลิศเป็นปีแรก หลังจากบริษัทฯได้ริเริ่มโครงการฯ ขึ้นเมื่อ 7 ปีที่แล้ว และได้รับการสนับสนุนด้วยดีมาโดยตลอดจากเขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย ในการจัดกิจกรรมที่เป็นเสมือนเวทีให้เยาวชนและบุคคลทั่วไป ได้แสดงออกด้านความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบและพัฒนาซอฟต์แวร์ โดยมีผลงานที่ส่งเข้าประกวดกว่า 1,700 ผลงาน ได้รับรางวัล จำนวน 108 ผลงาน หรือกว่า 400 คน จากนักพัฒนาไอทีที่เข้าร่วมโครงการฯกว่า 3,000 ราย ซึ่งในจำนวนนี้มีผลงานที่สามารถนำออกสู่ตลาดไปแล้วหลายผลงาน อาทิเช่น ผลงาน BomberQuest จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นเกมแนว Action ผลงาน CORESONX จากเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เป็นโปรแกรมที่สามารถแสดงเนื้อเพลงที่ผู้ใช้กำลังฟังอยู่ได้ ผลงาน hiLive จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่ช่วยให้คุณสามารถเล่น hi5 ได้ทุกที่ทุกเวลา ฯลฯ

          สำหรับผลการประกวดในปี 2009 นับว่าประสบความสำเร็จเป็นที่น่าพอใจ มีผู้ส่งผลงานเข้าประกวดกว่า 200 ผลงาน ผ่านการคัดเลือกและได้รับรางวัลทั้งสิ้น 13 ผลงาน  โดยทีมชนะเลิศได้รับรางวัล Gold Award ได้แก่ ผลงานในประเภท Mobile Phone Application ชื่อผลงาน Remote Complex  ซึ่งประกอบไปด้วยนักศึกษา 3 คน จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นโปรแกรมที่เชื่อมต่อสมาร์ทโฟนเข้ากับคอมพิวเตอร์ เพื่อนำคุณสมบัติของโทรศัพท์ไปใช้ทดแทนอุปกรณ์เสริมต่างๆ ของคอมพิวเตอร์ ที่มักต้องซื้อแยกต่างหาก ทำให้สะดวกและประหยัดค่าใช้จ่าย

          ผลงานที่ได้รับรางวัลรองชนะเลิศ หรือรางวัล Silver Award มีทั้งสิ้น 2 ผลงาน ได้แก่ ผลงาน DJ Tuner ประเภท Mobile Phone Application และผลงาน Mobile Token Server ในประเภท Business Software รางวัล Bronze Award มี 4 ผลงาน และรางวัลชมเชยมีทั้งสิ้น 6 ผลงาน

          ทั้งนี้ผลงานทุกชิ้นในปี 2009 ที่ได้รับรางวัล สำหรับประเภท Mobile Phone Application ทางสามารถเองมีแนวทางที่จะผลักดันออกขายสู่ตลาดจริง ผ่านช่องทางต่างๆ ของสามารถ รวมทั้งคัดเลือกบางผลงานที่โดดเด่นลงในมือถือ ไอ-โมบาย ด้วย ซึ่งเป็นการสนับสนุนและสร้างรายได้ให้กับนักไอทีไทย ให้มีโอกาสเทียบชั้นนักไอทีต่างชาติ
โครงการในปี 2010 นี้ ได้แบ่งการประกวดออกเป็น 2 ประเภท คือ Mobile Phone Application และ Business Software และต้องผ่านการคัดเลือกที่เข้มข้นถึง 3 รอบ จากคณะกรรมการตัดสินที่ทรงคุณวุฒิแขนงต่างๆมากมาย ทั้งภาครัฐและเอกชน ตลอดจนผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานธุรกิจที่เกี่ยวข้อง อาทิ คณะกรรมการจากซอฟต์แวร์พาร์ค, เน็คเท็ค, ซิป้า, สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ , ซันไมโคร ซิสเต็ม ฯลฯ รวมทั้งทีมงานจากกลุ่มบริษัทสามารถ ทั้งบริษัท เบรนซอร์ส จำกัด ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการคิดค้นพัฒนาคอนเทนต์ และแอพพลิเคชั่นต่างๆ ซึ่งรวมถึงเทคโนโลยี 3G ในโทรศัพท์มือถือไอ-โมบาย และอีกหนึ่งทีมงานจาก บริษัท สมาร์ทเทอร์แวร์ จำกัด ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญในการให้บริการด้านการผลิต การบริการ และเป็นที่ปรึกษา ในการพัฒนาซอฟต์แวร์ระบบงานแบบเบ็ดเสร็จ (Turnkey Solution) และบริการด้านวิศวกรรมซอฟต์แวร์แบบครบวงจร รวมทั้งการผลิตสินค้าซอฟต์แวร์สำเร็จรูปด้วย  สำหรับผลงานที่ผ่านการคัดเลือกให้ได้รับรางวัล จะได้ข้อเสนอพิเศษจากบริษัทฯ ในการทำธุรกิจร่วมกัน สิทธิพิเศษในการเข้าร่วมโครงการเสริมสร้างผู้ประกอบการใหม่ และโครงการบ่มเพาะธุรกิจซอฟต์แวร์ กับเขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ประเทศไทย รวมทั้งเงินรางวัลต่างๆรวมมูลค่ากว่า 600,000 บาท ผู้สนใจสามารถสมัครได้ตั้งแต่บัดนี้ถึง 30 มิ.ย.นี้ หรือดูข้อมูลต่างๆได้ที่เว็บไซด์ www.samartsia.com 

          “การได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โปรดเกล้าฯพระราชทานรางวัลในครั้งนี้ นับเป็นความยิ่งใหญ่ และสร้างความภาคภูมิใจให้แก่บริษัทฯเป็นอย่างยิ่ง รวมทั้งยังจะเป็นกำลังใจให้บริษัทฯสร้างสรรค์สิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมสืบต่อไป และสำหรับผู้ที่ได้รับรางวัลในปีนี้ นับเป็นสิริมงคลสูงสุด และเป็นเกียรติประวัติอย่างสูงให้แก่ตนเอง และสถาบัน” นายเจริญรัฐ กล่าวปิดท้าย

 

*******************

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม PR.Corp.
วรรษกร  ปลื้มจิตต์ (ตุ๊ก) โทร. 085-918-1175
วทิรา ลุยากร (ใหม่) โทร.085-918-1172